เทียนตาตั๊กแตน

By -

เป็นเครื่องยาที่ได้จากผลแก่แห้งของผักชีลาว มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Anethum graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ Umbelliferae มีชื่อสามัญว่า “Dill” เป็นพืชพื้นเมืองของบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปลูกกันมากในยุโรป ปัจจุบันแพร่หลายไปทั่วโลกเทียนตาตั๊กแตน

ผักชีลาวเป็นพืชขนาดเล็ก อายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่ง มีกลิ่นหอม สูงราว ๔๐-๑๗๐ ซม. ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม ใบรูปขอบขนานถึงรูปไข่กลับ เมื่อดูแนวรูปใบโดยรวม ขนาดกว้าง ๑๑-๒๐ ซม. ยาว ๑๐-๓๕ ซม. ขอบใบหยักลึกเป็นแฉกแบบขนนกหลายชั้น แฉกย่อยที่สุดมีลักษณะแคบ ยาว กว้างน้อยกว่า ๐.๕ มม. ยาว ๔-๒๐ มม. ก้านใบยาว ๕-๖ ซม. แผ่เป็นกาบ ดอกเป็นดอกช่อแบบก้านซี่ร่มหลายชั้นหลวมๆ ก้านช่อดอกยาว ๗-๑๖ ซม. ดอกย่อยมีขนาดเล็ก กลีบเลี้ยงมีขนาดเล็กมากหรือไม่มี กลีบดอกมี ๕ กลีบ สีเหลือง เกสรตัวผู้มี ๕ อัน ติดบนฐานดอก เรียงสลับกับกลีบดอก รังไข่เป็นชนิดอยู่ต่ำ มี ๒ ห้อง ผลเป็นผลแห้ง รูปไข่ คล้ายตาตั๊กแตน จึงเรียก “เทียนตาตั๊กแตน” ขนาดกว้างราว ๒ มม. ยาวราว ๔ มม. ผิวเรียบ ส่วนมากมักไม่ค่อยแตกเป็น ๒ ซีก

เมื่อกลั่นเทียนตาตั๊กแตนด้วยไอน้ำจะได้น้ำมันระเหยง่าย เรียก “น้ำมันเทียนตาตั๊กแตน” (Dill Seed Oil) ร้อยละ ๑.๒-๗.๗ ปริมาณน้ำมันระเหยง่ายนี้จะแตกต่างกันตามแหล่งที่ปลูกและฤดูกาลที่เก็บเกี่ยว น้ำมันนี้มีองค์ประกอบหลักเป็นคาร์โวน(carvone) ร้อยละ ๓๕-๖๐, d-limonene และ -phellandrene

น้ำมันอีกชนิดหนึ่งได้จากการกลั่นส่วนบนดินของผักชีลาวด้วยไอน้ำ ได้น้ำมันระเหยง่ายที่เรียก “น้ำมันผักชีลาว” (Dill Weed Oil หรือ Dill Oil หรือ Dill Herb Oil) ผักชีลาวที่ให้น้ำมันนี้ต้องเก็บก่อนผลสุก จึงจะให้น้ำมันที่มีคุณภาพดี น้ำมันนี้มีองค์ประกอบเคมีหลักเป็น -phellandrene, d-limonene และ carvone

โบราณว่ามีรสขม เผ็ดเล็กน้อย ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ แก้เสมหะพิการ

**เทียนตาตั๊กแตน ที่มีขายในท้องตลาดอาจแทนด้วยผลแก่จัดและแห้งของพืชในวงศ์และสกุลเดียวกัน ที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Anethum sowa Roxb. มีชื่อสามัญว่า “Indian Dill” หรือ “East Indian Dill” มีน้ำมันระเหยง่ายอยู่ร้อยละ ๒-๖ น้ำมันนี้มีองค์ประกอบหลักเป็น carvone, dihydrocarvone และ d-limonene**

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์