เรื่องเกี่ยวกับต้นหมัน

By -

ต้นหมัน
ท่านทั้งหลายทั้งปวงที่ได้เคยอ่านพงศาวดารกรุงศรีอยุธยามาแล้ว คงจะจำได้ว่า ต้นหมันเกี่ยวข้องกับพงศาวดารอยู่ตั้งแต่แรกสร้างกรุง เพราะได้ขุดพบสังข์ทักขิณาวัฏที่ใต้ต้นหมัน ดังมีข้อความปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า “ศุภมัสดุศักราช ๗๑๒ ปีขาล โทศก (พ.ศ. ๑๘๙๓) วันศุกร์ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๕ เพลาสาม นาฬิกาเก้าบาท สถาปนากรุงศรีอยุธยา ชีพ่อพราหมณ์ให้ฤกษ์ตั้งพิธีกลบบัตร ได้สังข์ทักขิณาวัฏใต้ต้นหมันใบหนึ่ง” และตั้งแต่นั้นมา ต้นหมันเห็นจะกลายเป็นไม้สำคัญประจำเมือง เมื่อมีการสร้างตราประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในภายหลัง ก็ใช้ปราสาทสังข์ตั้งอยู่ใต้ต้นหมันเป็นสำคัญ

ต้นหมันมีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Condia Myxa ในอินเดียก็ว่าใช้เปลือกอัดแนวเรือ ผลสุกใช้กินได้เนื้อไม้แข็งใช้สำหรับต่อเรือ

ก็ต้นหมันนั้น เป็นไม้ที่ขึ้นอยู่ทั่วไปทางภาคเหนือ และภาคอีสาน กล่าวกันว่าไม่ค่อยจะได้ใช้ทำอะไรกันนัก บางแห่งใช้ขุดทำเรือกันบ้าง ส่วนเปลือกใช้แทนปอแต่ไม่เหนียวเหมือนปอ ต้นคล้ายแคป่า ชื่อฃองต้นหมันทำให้นึกถึง “หมัน” ที่ใช้อัดแนวเรือ จะเป็นชนิดเดียวกันหรือเปล่าไม่ทราบ ถ้าเป็นชนิดเดียวกันก็นับว่า หมัน เป็นของป่าที่มีประโยชน์มาแต่โบราณ คนไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาใช้เรือเป็นพาหนะ จึงรู้จักใช้หมันกันมานานแล้ว สินค้าทางภาคเหนือที่ส่งมาขายทางกรุงศรีอยุธยามีหมันรวมอยู่ด้วย และคงจะขายดี เพราะพวกเรือสำเภาก็ต้องใช้

เรื่องเกี่ยวกับต้นหมัน มีพบแห่งเดียวตอนสร้างกรุงเท่านั้น นอกจากนี้เคยอ่านพบในพงศาวดารของเขมร มีพูดถึงต้นหมันหลายเรื่อง ดูทำนองจะเป็นว่าที่ที่มีต้นหมันขึ้นอยู่นั้นเป็นชัยภูมิดีนัก แต่ในที่นี้จะไม่พูดถึงเรื่องทางเขมร จะกล่าวถึงต้นหมันตามธรรมเนียมโบราณต่อไป

ในกฎมณเฑียรบาลสมัยพระบรมไตรโลกนาถ มีเรื่องแปลกเรื่องหนึ่ง ซึ่งยังหาต้นเหตุไม่พบ คือกำหนดไว้ว่า

“เมื่อสมเด็จ พระอรรคมเหสีทรงครรภ์ ทำพิธีในต้นหมันพระเสื้อเมืองเจ็ดวัน”

ตามพิธีเห็นจะให้พระอรรคมเหสีประทับราชยานออกไปยังต้นหมัน มีการแห่แหนตามธรรมเนียม ดูพิธีเอิกเกริกสักหน่อย ต้นหมันที่กล่าวถึงนี้จะอยู่ที่ใดไม่ปรากฏ แต่พิเคราะห์ดูคำที่ว่า “ต้นหมัน พระเสื้อเมือง” ทำให้ชวนคิดว่า ที่ต้นหมันนั้นจะมีศาลพระเสื้อเมืองตั้งอยู่ด้วยกันกระมัง ถ้าเป็นดังนี้ต้นหมันก็จะขึ้นอยู่กลางเมืองแถวถนนตะแลงแกง เพราะบริเวณนั้นมีศาลพระกาฬ ศาลพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระหลักเมืองตั้งต่อๆ กันไป แต่ในขณะที่เขียนนี้ผู้เขียนอยู่นอกกรุงศรีอยุธยาเสียแล้ว ไม่มีโอกาสจะชี้เดาได้ว่าศาลพระเสื้อเมืองอยู่ตรงไหนในปัจจุบัน ถ้าผู้ใดทราบแน่ว่าศาลพระเสื้อเมืองอยู่ตรงไหนแล้ว จะหาต้นหมันมาปลูกเป็นที่สังเกตสักต้นก็น่าจะเกิดสิริมงคลยิ่งนัก

เมื่อได้กล่าวเกินเลยมาถึงเพียงนี้แล้ว ก็จะขอกล่าวต่อไปตามความคิดเห็นเท่าที่สติปัญญาอันน้อยจะอำนวย ผิดถูกขอทิ้งไว้ให้ท่านผู้รู้วินิจฉัย เพราะเรื่องนี้ยังไม่เคยพบว่าท่านผู้ใดเคยเขียนมาก่อนเลย ฉะนั้นจะเขียนแบบให้อ่านเล่นๆ ไปก่อน

การที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้ทรงตั้งกฎมณเฑียรบาลกำหนดให้สมเด็จพระอรรคมเหสีที่ทรงครรภ์เสด็จไปทำพิธีในต้นหมันพระเสื้อเมืองนั้น พิเคราะห์ดูเห็นจะเป็นด้วยถือว่าต้นหมัน ต้นนั้นเป็นมงคลอันขึ้นคุ้มกันบังร่มเงาตรงที่สังข์ฝังอยู่ คนโบราณมักจะถือกันว่าต้นไม้ที่เกิดขึ้นในบริเวณที่มีมงคลย่อมเป็นของดีไปด้วย เรื่องนี้แลเห็นได้ง่าย ประดุจต้นโพธิ์ของพระพุทธเจ้าซึ่งชาวเราถือว่าเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง ก็สังข์นั้นถือว่าเป็นของมงคล เมื่อสังข์อยู่ใต้ต้นหมัน ก็ควรนับต้นหมันเป็นไม้มงคลไปด้วย และในสมัยโบราณนั้น นับถือกันว่าต้นไม้มีรุกขเทวดารักษา ไม่กล้าทำลายโดยง่าย (ดังเรื่องพระสุกกทันต์สร้างเมืองพิงค์ก็ว่า ต้องเชิญพฤกษเทวดาไปอยู่ที่อื่นเสียก่อน) ฉะนั้นต้นหมันในสมัยพระเจ้าอู่ทองนั้นเห็นจะไม่ได้โค่นทิ้ง คงจะถือเป็นของสำคัญอย่างหนึ่ง จึงคงเหลืออยู่มาจนออกกฎมณเฑียรบาล หากการเดาเช่นนี้ถูกต้อง ที่ขุดพบสังข์ก็จะต้องเป็นบริเวณศาลพระเสื้อเมืองอย่างมิต้องสงสัย

ทำไมจึงต้องให้พระอรรคมเหสีเสด็จไปทำพิธีในต้นหมันพระเสื้อเมือง เรื่องนี้ยังมองไม่เห็นสาเหตุอื่น นอกจากว่าจะเป็นการขอความคุ้มครองให้ประสูติโอรสได้ง่าย ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อมีพระราชพิธีคเชนทรัสวสนาน จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าจอมข้างใน ซึ่งทรงพระครรภ์ออกไปรับน้ำพฤฒิบาศ คือออกไปพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ดูจตุรงคเสนาและรับนํ้าสังข์ซึ่งพราหมณ์พฤฒิบาศมารดให้ ดูจะถือเป็นมงคลอย่างไรอยู่

ผู้เขียนได้เคยเล่าเรื่องนี้ให้ท่านผู้ใหญ่ที่สนใจทางโบราณคดีท่านหนึ่งฟัง ท่านได้เปรยๆ ว่า จะเกี่ยวไปในทางให้คลอดบุตรง่ายกระมัง เพราะแต่ก่อนนี้เคยมีช้างเชือกหนึ่งชื่อ พังแป้น กล่าวกันว่า ถ้าคนมีครรภ์ได้ลอดท้องพังแป้นแล้วจะคลอดบุตรง่าย การที่ให้เจ้าจอมทรงครรภ์รับนํ้าพฤฒิบาศจะเนื่องในเรื่องนี้ด้วยกระมัง ได้เล่าเรื่องต้นหมัน และพาท่านออกนอกเรื่องไปมากแล้ว และรู้สึกว่ายิ่งเขียนจะยิ่งนอกเรื่องมากขึ้นทุกที จึงขอยุติไว้เพียงเท่านี้ และขอฝากความคิดเรื่องปลูกต้นหมันไว้หน้าศาลพระเสื้อเมืองนั้นไว้ด้วย เพื่อรักษาตำนาน และเป็นอนุสรณ์ถึงการสร้างกรุงศรีอยุธยาว่าได้ขุดพบสังข์ใต้ต้นหมัน

ที่มา:ส.พลายน้อย