แอปเปิ้ลป่า:ไม้ผลเมืองร้อน

By -

ชื่อสามัญ Star Apple, Cainito, Caimito, Golden Leaf Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ Chrysophyllum cainito L.
ชื่อวงศ์ SAPOTACEAE
ชื่ออื่นๆ แอปเปิ้ลยาง, สตาร์แอปเปิ้ล, แอปเปิ้ลน้ำนม, แอปเปิ้ลเมือง, บักยาง, หมากน้ำนม, หม่าเปิ้ลสตาร์แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลป่า เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีอายุอยู่ได้นานหลายปี ไม่ค่อยมีการผลัดใบ พบมีการแพร่กระจายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในอีกหลายทวีป

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
แอปเปิ้ลป่า เป็นไม้ยืนต้นที่มีเรือนยอดแผ่กว้าง มีความสูงของลำต้นประมาณ 5-20 เมตร ลักษณะของเปลือกลำต้นเรียบ มีสีน้ำตาล เมื่อแก่อาจแตกเป็นร่อง

ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกันตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่แกมรูปขอบขนานขนาดใหญ่ คล้ายใบทุเรียน แผ่นใบเรียบเป็นมัน ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนมีสีเขียวเข้ม ส่วนด้านล่างเป็นสีน้ำตาลทอง ปลายใบแหลม โคนใบสอบแคบ มีความกว้างประมาณ 5-7 ซม. ยาวประมาณ 12-15 ซม.

ดอก
ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ภายในช่อจะมีดอกย่อยสีเหลืองแกมเขียวอยู่ประมาณ 7-12 ดอก มีกลิ่นหอม มีกลีบเลี้ยงดอกเป็นสีน้ำตาลอมส้ม ก้านช่อดอกยาวประมาณ 2 นิ้ว บริเวณกลีบดอกและก้านดอกจะมีขนสีน้ำตาลปกคลุมอยู่ จะออกดอกในช่วงของเดือนมิถุนายน-สิงหาคม

ผล
ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม หรือกลมแป้น สีของเปลือกผลมีทั้งที่เป็นสีเขียว สีเหลือง และสีม่วงแดง ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ เมื่อสุกจะกลายเป็นสีม่วงเข้มจนถึงสีเกือบดำ เปลือกผลหนา นุ่ม มีน้ำยางสีขาวขุ่น ภายในผลมีเนื้อนุ่มๆ สีขาว หรือสีขาวอมม่วง และมีเยื่อสีขาวใสหุ้มเมล็ดอยู่เป็นพู คล้ายผลมังคุด มีกลิ่นหอม รสหวานอร่อย และมีเมล็ดสีดำมันวาวอยู่ภายในเยื่อหุ้มเมล็ด ประมาณ 3-5 เมล็ด

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด และการตอนกิ่ง เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ และสามารถระบายน้ำได้ดี ชอบแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน สามารถทนต่อสภาพความแห้งแล้งของอากาศได้เป็นอย่างดี ต้องการน้ำในปริมาณปานกลาง ระยะปลูกที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 4-8 เมตร ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน

ประโยชน์
เป็นพืชที่มีใบแน่นหนา สามารถให้ร่มเงาได้เป็นอย่างดี มักนิยมปลูกไว้ตามอาคารบ้านเรือนเพื่อเป็นไม้ประดับ เนื่องจากใบมีความสวยงาม และยังให้ผลที่มีรสชาติหวานอร่อย ภายในเนื้อผลสุกจะประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ส่วนของเปลือกต้นนำมาต้มน้ำดื่มเพื่อใช้เป็นยาบำรุงกำลัง และยาแก้ไอได้