โกฐชฎามังสี

By -

ชื่อสามัญ Jatamansi, Spikenard
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nardostachys jatamansi (D.Don) DC.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Fedia grandiflora Wall. ex DC., Patrinia jatamansi D.Don, Valeriana jatamansi D.Don
ชื่อวงศ์ CAPRIFOLIACEAโกฐชฎามังสี
ชื่ออื่นๆ โกฐจุฬารส

โกฐชฎามังสี เป็นพืชล้มลุกที่จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับต้นสายน้ำผึ้ง มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินเดียแถบบริเวณเทือกเขาหิมาลัย เป็นเครื่องยาสมุนไพรที่นำมาใช้ในตำรับยาไทยหลายขนาน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มีลักษณะเป็นเหง้าหรือหัวใต้ดิน มีรากย่อยปกคลุมโดยรอบหนาแน่น รากมีรสขม ให้กลิ่นหอมแรงเฉพาะตัว เหง้ามีความแข็งและมีก้านใบติดอยู่เป็นจำนวนมาก ขนาดของลำต้นมีความสูงประมาณ 5-50 ซม. และมีขนขึ้นปกคลุมอยู่ทั่ว

ใบ
มีลักษณะเป็นรูปไข่กลับ หรือรูปขอบขนาน แผ่นใบมีสีเขียวเข้ม ขอบใบเรียบ ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามกัน มีขนสีขาวปกคลุมอยู่ทั่วใบ

ดอก
ออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด ในแต่ละช่อจะประกอบไปด้วยดอกย่อยสีม่วงอมชมพูจำนวนมากมาย มีก้านช่อดอกยาวประมาณ 10-20 ซม. บริเวณโคนกลีบดอกจะเชื่อมติดกันเป็นหลอด ส่วนปลายแยกออกจากกันประมาณ 4-5 กลีบ บริเวณใบประดับมีขนปกคลุมอยู่ทั่ว

ผล
เป็นผลลักษณะยาวที่ปกคลุมไปด้วยขนสีขาว

สรรพคุณทางยา
รากและเหง้าแห้ง-ใช้เป็นยาขับพยาธิ ขับเลือดและระดูเน่าเสีย แก้ฝีหนอง ขับประจำเดือน ขับปัสสาวะ แก้กามโรค แก้ดีพิการ ช่วยย่อยอาหาร แก้พิษทั้งปวง แก้แผลเนื้อร้าย แก้โรคในปากและคอ ช่วยขับลม ใช้แก้โรคลมบ้าหมู โรคฮิสทีเรีย โรคตา โรคชักทุกชนิด แก้อาการสะอึก แก้อาการผิวหนังเป็นแผลพุพองปวดบวม ใช้เป็นส่วนผสมของยาหอมแก้ลมวิงเวียน หน้ามืดตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียนอาเจียน แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง ใช้เป็นยาในพิกัดโกฐ ซึ่งมีสรรพคุณแก้ไข้ ขับเสมหะ แก้เรื้อรัง แก้หอบหืด ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงโลหิต บำรุงกระดูก

จากการศึกษาทางเภสัชวิทยาในปัจจุบันพบว่าโกฐชฎามังสีมีฤทธิ์ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดปริมาณของกรดยูริก ช่วยเสริมฤทธิ์ของยานอนหลับ ช่วยกล่อมประสาท กดประสาทส่วนกลาง เพิ่มความจำและการเรียนรู้ ช่วยคลายมดลูก ต้านการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ ทำให้หัวใจเต้นปกติ ต้านการชัก ต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดแผล ช่วยฆ่าอสุจิ และมีฤทธิ์ในการลดไข้