โบตั๋นดอกไม้ประจำชาติของจีน

By -

ในอดีต โบตั๋น ได้ถูกจัดไว้ในวงศ์ Ranunculaceae แต่ปัจจุบันจัดอยู่ในวงศ์ Paeoniaceae โบตั๋นเป็นไม้ดอกพื้นเมืองของเอเชีย ยุโรปตอนใต้ และอเมริกาตะวันตก อยู่ในสกุล Paeonia ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้ล้มลุก ต้นสูงประมาณ 0.5-1.5 เมตร มีอายุนานหลายปี บางชนิดก็เป็นทรงพุ่มสูง 1.5-3 เมตร ใบเป็นใบประกอบ มีลักษณะเป็นแฉกลึก มีดอกสีแดง บานเย็น เหลือง ขาว เป็นดอกขนาดใหญ่และมีกลิ่นหอม ในช่วงต้นฤดูร้อนมักจะผลิดอกออกมาให้เห็นดอกโบตั๋น

คำว่า “โบตั๋น” มาจากภาษาญี่ปุ่นว่า “โบะตัง” ซึ่งเป็นชื่อของดอกไม้ บ้างก็ว่ามาจากคำว่า “หมู่ตัน” ในภาษาจีน ส่วนในภาษาอังกฤษจะเรียกดอกโบตั๋นว่า “peony” ซึ่งเล่ากันมาว่า ได้ตั้งตามชื่อศิษย์คนหนึ่งของเทพเจ้าเอสเคลปิอัส ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการแพทย์กรีกโบราณ และศิษย์คนนั้นก็มีชื่อว่า ไพอัน(Paean) แต่ในเวลาต่อมาไพอันก็ถูกผู้เป็นอาจารย์อิจฉา ไพอันพ้นจากภัยอันตรายได้จากการช่วยเหลือของเทพเซอุส โดยถูกสาปให้กลายร่างเป็นดอกโบตั๋น

ในสมัยโบราณกลุ่มชนชั้นสูงมักจะนิยมเพาะเลี้ยงดอกโบตั๋นกันมาก บางครั้งมีการประมูลราคาขายกันแพงมาก จนสุดยอดกวีท่านหนึ่งที่ชื่อ ไป๋จวีอี้ แห่งราชวงศ์ถัง ได้กล่าวไว้ว่า “โบตั๋นเพียงไม่กี่ดอกยังมีค่ามากกว่าเงินภาษีของชนชั้นกลางสิบคนเสียอีก”

มีเรื่องเล่ากันมาว่าในสมัยที่เมืองฉางอาน หรือซีอานในปัจจุบัน เป็นเมืองหลวงของจีน ซึ่งมีดอกโบตั๋นอยู่อย่างแพร่หลาย พระนางบูเช็คเทียนทรงโปรดดอกโบตั๋นมาก ในฤดูหนาววันหนึ่งพระนางได้ออกคำสั่งให้ดอกไม้บานพร้อมๆ กัน เพราะเกิดอยากชมดอกไม้ขึ้นมา ซึ่งมีดอกไม้อยู่เพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่ไม่ยอมบานเนื่องจากยังไม่ถึงฤดูกาลที่จะบาน นั่นก็คือ ดอกโบตั๋น ทำให้พระนางโกรธมาก สั่งให้ถอนรากถอนโคนดอกโบตั๋นด้วยการให้เผาอุทยานและให้เอาไปทิ้งที่เมืองลั่วหยางในเขาเป่ยหมาง แต่เมืองลั่วหยางก็ได้กลายเป็นแหล่งเพาะปลูกโบตั๋นที่สำคัญไป เพราะที่นี่ปลูกโบตั๋นได้งอกงามมาก ต้นโบตั๋นมักจะแห้งและมีสีเข้มเหมือนถูกไฟเผาก็เนื่องจากสาเหตุที่ถูกเผาในตำนานดังกล่าว

ดอกไม้ประจำชาติของจีนก็คือดอกโบตั๋น เป็นดอกไม้ที่นิยมใช้ในงานศิลปะมายาวนาน เป็นดอกไม้แห่งเกียรติยศและความร่ำรวย คนจีนจึงยกให้โบตั๋นเป็นดอกไม้ของจักรพรรดิ

ในประวัติศาสตร์จีน เมืองลั่วหยาง ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของจีนก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางการปลูกดอกโบตั๋นที่สำคัญและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ได้รับการยกย่องว่าโบตั๋นจากเมืองนี้มีความงดงามที่สุด ในทุกๆ ปีของเดือนเมษายน มักจะมีการจัดนิทรรศการแสดงดอกโบตั๋นตลอดทั้งเดือน มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติได้เข้ามาชมนิทรรศการกันอย่างมากมาย

ขณะที่ดอกโบตั๋นชนิด Paeonia lactiflora ในประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นยาจากต่างแดน รากของโบตั๋นในตำรับยาของญี่ปุ่นมักจะใช้รักษาอาการชัก ใช้เป็นไม้ดอกไม้ประดับ ส่วนโบตั๋นชนิด Paeonia suffruticosa ญี่ปุ่นยกให้เป็นราชาแห่งดอกไม้ และยกโบตั๋นชนิด Paeonia lactiflora ให้เป็นนายกรัฐมนตรีแห่งดอกไม้

ส่วนในรัฐอินเดียนาของสหรัฐอเมริกา ได้ใช้ดอก zinnia เป็นดอกไม้ประจำรัฐมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1931 แต่ในปี ค.ศ. 1957 ก็ได้เปลี่ยนมาใช้ดอกโบตั๋นแทน

การเพาะเมล็ดโบตั๋น
ในการงอกงามตามธรรมชาติของดอกโบตั๋นมักจะต้องการอุณหภูมิที่มีวงจรแบบอบอุ่น – เย็น – อบอุ่น การเริ่มเพาะเมล็ดทำได้โดย
1. นำเมล็ดมาแช่น้ำไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นค่อยนำขึ้นมาผึ่งไว้ประมาณ 5 นาที

2. นำเมล็ดโบตั๋นที่ผึ่งแล้วมาใส่ในกล่องพลาสติกที่มีฝาปิด หรือในถุงซิปล็อคที่มีพีทมอส หรือทรายหยาบชื้นบรรจุอยู่แล้ว นำไปวางไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิประมาณ 20 องศาเซลเซียส ซึ่งมีแสงน้อย ให้น้ำแบบสเปรย์เมื่อสังเกตเห็นว่าขาดความชื้น ให้การดูแลเช่นนี้ไปจนกว่าจะมีรากสีขาวงอกออกมาประมาณ 2 นิ้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในที่นั้นๆ อาจกินเวลาประมาณ 3 เดือน

3. ย้ายไปปลูกในกล่องพลาสติกที่มีฝาปิดและมีความลึกเพียงพอให้รากเติบโตได้ โดยที่ในกล่องนั้นบรรจุพีทมอสหรือทรายหยาบชื้นไว้แล้ว กลบรากให้พอมิด สเปรย์น้ำ นำไปวางไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียส คอยเช็ดความชื้นเป็นระยะประมาณ 3-4 เดือน โดยไม่ปล่อยให้แห้งหรือแฉะเกินไป

4. ในช่วงฤดูหนาวที่มีอุณหภูมิประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส ให้ย้ายมาปลูกภายนอกในกระถางขนาดประมาณ 4-6 นิ้ว ดินที่ใช้ปลูกควรระบายน้ำได้ดี แล้วนำไปวางไว้ในที่ร่มมีแสงส่องถึง เมื่อสังเกตเห็นว่าหน้าดินเริ่มแห้งลงไปประมาณ 2 นิ้ว ก็ให้รดน้ำเพิ่ม

5. ไม่ควรให้โดนแดดจัดๆ ในทันที ควรให้ได้รับแสงสว่างเพิ่มขึ้นทีละน้อย เมื่อต้นแข็งแรงดีแล้วจึงค่อยทำการย้ายไปปลูกในแปลง

สรรพคุณทางยาของโบตั๋น
ในสมัยก่อนชาวจีนรู้แค่ว่าสามารถนำโบตั๋นมาทำยาได้ แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายนัก แต่ในปัจจุบันนี้ก็ได้รู้ถึงคุณประโยชน์ที่มีอยู่อย่างมากมาย ในส่วนของรากโบตั๋นสามารถนำมาทำเป็นยารักษาโรคหืด แก้อาการชัก และโรคระดูไม่ปกติของผู้หญิงได้ สารที่สกัดได้จากดอกโบตั๋นเมื่อนำมาผสมผสานด้วยกรรมวิธีต่างๆ ก็ทำให้มีสรรพคุณในการบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นเปล่งปลั่งอีกด้วย