ไคร้เครือ

By -

รากไคร้เครือ
เป็นเครื่องยาสมุนไพรที่ใช้มากชนิดหนึ่งในยาไทย แต่ยังไม่ทราบแหล่งที่มาทางพฤกษศาสตร์ที่แน่นอน ตำราเก่าบางเล่มว่าเป็นพืชสกุล Jasminum อยู่ในวงศ์ oleaceaeไคร้เครือ

ตำรายาโบราณว่าไคร้เครือเป็นไม้เล็กชนิดลงรากใหญ่ เกิดตามป่าชื้นและป่าโปร่งทั่วไป ปลูกกันบ้างตามบ้านเพื่อใช้เป็นสมุนไพร

ตำราสรรพคุณยาโบราณของไทยว่า รากไคร้เครือมีรสขม ขื่นปร่า แก้พิษไข้ พิษกาฬ เจริญอาหาร ชูกำลัง แพทย์ตามชนบทใช้ปรุงเป็นยาแก้ไข้จับสั่น ไข้คลั่งเพ้อ และไข้เซื่องซึม

รากไคร้ต้น
ไคร้ต้นเป็นพืชที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Cinnamomum porrectum (Roxb.) Kosterm. ในวงศ์ Lauraceae บางถิ่นเรียก เทพทาโร(ภาคกลาง จันทบุรี สุราษฎร์ธานี) จวงหรือจวงหอม(ภาคใต้) ไคร้ต้น ไคร้หอม(ภาคเหนือ) ก็มี พบขึ้นทั่วไปในป่าดิบทั่วประเทศ แต่พบมากทางภาคใต้
ไคร้ต้น

ไคร้ต้นเป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ผลัดใบ สูง ๑๐-๓๐ เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ทึบ สีเขียวเข้ม ลำต้นไม่มีพูพอน เปลือกต้นสีเทาเข้มหรือสีน้ำตาลปนเทา แตกเป็นร่องตามยาว ลำต้นและกิ่งอ่อนเรียว และมักมีคราบขาว ใบอ่อนสีชมพู ใบและเปลือกต้นมีกลิ่นหอม ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน หรือเกือบออกแบบตรงข้าม ใบรูปรีแกมรูปไข่หรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ยาว ๗-๒๐ ซม. มีเส้นใบ ๓-๗ คู่ โคนใบแหลมหรือกลม ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเกลี้ยง ด้านล่างเป็นคราบขาว มีก้านใบเรียว ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอม ผลกลมเล็ก เมื่ออ่อนมีสีเขียวแก่ หรือสีม่วงดำ

ตำราสรรพคุณยาโบราณว่ารากและเปลือกต้นไคร้ต้นมีกลิ่นหอม เป็นยาบำรุงธาตุ โดยเฉพาะสำหรับสตรีในวัยเจริญพันธุ์

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์